เจิ้งเหอ: มหาขันทีผู้ทลายกำแพงแห่งศรัทธาและภูมิศาสตร์โลก ตอนที่ 2 โดย ผศ.ดร. วิศรุต เลาะวิถี

"เจิ้งเหอ: มหาขันทีผู้ทลายกำแพงแห่งศรัทธาและภูมิศาสตร์โลก"
ในหน้าประวัติศาสตร์การเดินเรือของโลก นามของ "เจิ้งเหอ" (Zheng He) มิได้เป็นเพียงชื่อของนักสำรวจผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์หมิงเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานทางวัฒนธรรมและศาสนาที่หาได้ยากยิ่ง บุรุษผู้นี้คือสะพานที่เชื่อมโยงโลกตะวันออกเข้ากับตะวันตก บทบาทของท่านมิได้หยุดอยู่เพียงแค่หน้าบันทึกการทูต แต่ยังฝังรากลึกอยู่ในความเชื่อของผู้คนในเอเชีย โดยเฉพาะในสังคมไทยที่ยกย่องท่านให้เป็นดั่งเทพเจ้า
เจิ้งเหอ ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1371 ที่มณฑลยูนนาน ในครอบครัวชาวมุสลิมตระกูล "หม่า" (Ma) ซึ่งเป็นแซ่ที่นิยมใช้ในกลุ่มชาวจีนมุสลิม (ฮุย) โดยเชื่อว่าแผลงมาจากคำว่า "มุฮัมมัด" บิดาและปู่ของท่านต่างเคยเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครมักกะฮ์ ซึ่งสะท้อนถึงรากฐานความศรัทธาที่เข้มแข็ง
จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตเกิดขึ้นเมื่อท่านอายุได้เพียง 10 ปี กองทัพราชวงศ์หมิงได้บุกยึดยูนนาน ท่านถูกจับกุมและถูกตอนให้เป็นขันทีเพื่อรับใช้ในราชสำนัก ภายใต้สังกัดของ "จูตี้" (ต่อมาคือจักรพรรดิหย่งเล่อ) ด้วยสติปัญญา ความซื่อสัตย์ และความสามารถในการรบ ท่านได้กลายเป็นคนสนิทที่ไว้วางพระทัยที่สุด จนได้รับพระราชทานแซ่ "เจิ้ง" และได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นแม่ทัพบัญชาการกองเรือมหาสมบัติ (Treasure Fleet) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้น เพื่อออกสำรวจ "ทะเลตะวันตก" (Western Seas)
แม้เจิ้งเหอจะรับราชการในราชสำนักจีนที่ยึดถือลัทธิขงจื๊อ แต่ความเป็นมุสลิมของท่านคือ "ใบเบิกทาง" ทางการทูตที่สำคัญยิ่งต่อโลกอิสลาม บทบาทของท่านต่อศาสนาอิสลามมีนัยสำคัญในสองมิติ:
1. อัตลักษณ์และการเชื่อมสัมพันธไมตรี: การที่จักรพรรดิหย่งเล่อแต่งตั้งแม่ทัพมุสลิมเป็นผู้นำกองเรือ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการเจริญสัมพันธไมตรีกับรัฐสุลต่านต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และคาบสมุทรอาหรับ เจิ้งเหอใช้ความเป็นพี่น้องร่วมศรัทธาในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งแตกต่างจากการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตกในยุคต่อมา หลักฐานสำคัญคือการที่ท่านได้ไปเยี่ยมสุสานของท่านศาสนทูตมุฮัมมัด และการบูรณะมัสยิดในเมืองหนานจิง
2. การแพร่ขยายของชุมชนมุสลิมในเอเชีย: แม้ภารกิจหลักคือการทูต แต่กองเรือของท่านได้นำพาพ่อค้าและนักปราชญ์ชาวมุสลิมเดินทางไปด้วย การแวะพักตามเมืองท่าต่าง ๆ เช่น มะละกา (Malacca) และชวา (Java) มีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตของชุมชนมุสลิมในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในอินโดนีเซียและมาเลเซีย ที่ยกย่องท่านในฐานะผู้นำที่ช่วยวางรากฐานทางวัฒนธรรมอิสลามให้เข้มแข็งขึ้น
การเดินเรือทั้ง 7 ครั้งของเจิ้งเหอระหว่างปี ค.ศ. 1405-1433 ได้พลิกโฉมหน้าภูมิรัฐศาสตร์ของเอเชียอย่างสิ้นเชิง:
• เส้นทางสายไหมทางทะเล (Maritime Silk Road): กองเรือมหาสมบัติซึ่งประกอบด้วยเรือขนาดมหึมานับร้อยลำและลูกเรือกว่า 27,000 คน ได้บุกเบิกและรักษาความปลอดภัยของเส้นทางการค้าทางทะเล เชื่อมจีนเข้ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย อาหรับ และแอฟริกาตะวันออก ท่านมีบทบาทสำคัญในการปราบปรามโจรสลัดที่คอยดักปล้นเรือสินค้า ทำให้การค้าระหว่างประเทศเฟื่องฟูอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
• ระบบบรรณาการและการทูต: เจิ้งเหอมิได้ใช้กำลังเข้ายึดครองดินแดน แต่ใช้ "อานุภาพที่นุ่มนวล" (Soft Power) ผ่านการแลกเปลี่ยนสินค้าและการแสดงแสนยานุภาพเพื่อให้รัฐต่าง ๆ ยอมรับในบารมีของจักรพรรดิจีน สิ่งนี้สร้างระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีจีนเป็นศูนย์กลาง (Sino-centric) ซึ่งรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคได้ยาวนาน
ความน่าสนใจที่สุดประการหนึ่งคือ สถานะของเจิ้งเหอในสังคมไทย ที่แปรเปลี่ยนจากบุคคลในประวัติศาสตร์กลายเป็น "เทพเจ้า" หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชา
ชาวไทยเชื้อสายจีนเรียกขานท่านว่า "ซำปอกง" (Sam Po Kong) ซึ่งเพี้ยนมาจากราชทินนาม "ซานเป่าไท่เจี้ยน" (Sanbao Taijian) แปลว่า ขันทีผู้ดูแลรักษาทรัพย์สมบัติทั้งสาม ในความเชื่อของคนไทยและคนไทยเชื้อสายจีน เกิดการผสานกลมกลืน (Syncretism) อย่างเป็นเอกลักษณ์ โดยมักเชื่อมโยงท่านเข้ากับ "หลวงพ่อโต" พระพุทธรูปขนาดใหญ่ตามวัดต่าง ๆ
สถานที่สำคัญที่เป็นศูนย์กลางความเชื่อนี้คือ วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ในกรุงเทพฯ แม้ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์จะยังเป็นที่ถกเถียงว่า เจิ้งเหอเคยเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยาหรือไม่ แต่ตำนานมุขปาฐะเชื่อว่า ท่านได้นำกองเรือมาเยือนและมีความสัมพันธ์อันดีกับกษัตริย์สยาม
ความศรัทธานี้ข้ามพ้นขอบเขตของศาสนา ชาวบ้านเชื่อว่า ซำปอกง คือเทพผู้คุ้มครองการเดินเรือ โชคลาภ และการค้าขาย การที่แม่ทัพมุสลิมถูกเคารพกราบไหว้ในวัดพุทธผ่านรูปลักษณ์ของพระพุทธรูปองค์โต สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะพิเศษของสังคมไทยที่สามารถหลอมรวมความแตกต่างทางวัฒนธรรมเข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ
สรุปได้ว่า เจิ้งเหอ คือบุรุษผู้ก้าวข้ามข้อจำกัดของยุคสมัย จากเด็กชายชาวมุสลิมในยูนนาน สู่มหาขันทีผู้บัญชาการกองเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มรดกของท่านมิใช่เพียงแผนที่เดินเรือหรือเครื่องบรรณาการ แต่คือสายสัมพันธ์ที่ถักทอโลกมุสลิม จีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าด้วยกัน ให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างงดงาม
-------------------------
ผศ.ดร. วิศรุต เลาะวิถี
โทร : 02-970-5820
  Fackbook